© 2018 by ABER-LEGAL THAILAND CO., Ltd.

  • LinkedIn Social Icon

บริการรับจัดทำและยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

 

จากรายงานสถิติคดี ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประเภทคดี การแสดงรายการยื่นทรัพย์สินและหนี้สิน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ถึงปี พ.ศ. 2561 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 102 จำนวน 998 คดี ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาลงโทษทางอาญาและเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของผู้ดำรงตำแหน่งมากกว่าร้อยละ 98 โดยโทษทางอาญาตามมาตรา 167 นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ สำหรับโทษทางการเมือง ตามมาตรา 81 กำหนดโทษให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ รวมถึงศาลอาจจะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปีด้วยหรือไม่ก็ได้

คดีข้อหาฐานความผิดยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ผู้ดำรงตำแหน่งหลงลืมหรือขาดความรู้ความเข้าใจในหลักเกณฑ์วิธีการยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน รวมไปถึงการจัดทำรายละเอียดของเอกสารประกอบตามกฎหมายไม่ครบถ้วน จะเห็นได้ว่าหากเกิดความผิดพลาดในการยื่นบัญชีแสดงยื่นทรัพย์สินและหนี้สินเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม อาจทำให้ผู้ดำรงตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นสูญเสียอนาคตทางการเมืองหรือทางราชการไปตลอดชีวิต

บริษัท อเบอร์-เอดีเอ็ม จำกัด จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บริการด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน โดยทีมงานกฎหมายที่มีความรู้และเข้าใจในหลักเกณฑ์วิธีการยื่นบัญชีแสดงยื่นทรัพย์สินและหนี้สินเป็นอย่างดี และคำนึงถึงวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับรูปแบบและวิธีการใช้อิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้วิธีการเดิม ๆ ในการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของ ป.ป.ช. ทั้งนี้เพื่อความละเอียด รอบคอบและถูกต้องเรียบร้อย ซึ่งบริษัทฯ ได้พัฒนาระบบจัดการข้อมูลบัญชีแสดงยื่นทรัพย์สินและหนี้สินที่จะช่วยในการคำนวณและการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินให้เป็นระบบ ตลอดจนมีระบบแจ้งเตือนและเปรียบเทียบ หากมีการเปลี่ยนแปลงในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่จะต้องยื่นตามกำหนดเวลาในครั้งถัดไป

ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวข้างต้นสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่จะรองรับการทำงานในอนาคต ซึ่งระบบปฏิบัติการที่เป็นระบบปิดและเป็นความลับเฉพาะผู้ดูแลระบบกับผู้ใช้บริการของบริษัทฯ เท่านั้น

 

ระบบปฏิบัติการของเรา

บริษัทฯ ได้ใช้ระบบจัดการข้อมูลบัญชีแสดงยื่นทรัพย์สินและหนี้สินที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อจัดการและจัดเก็บข้อมูลสำคัญของผู้ใช้บริการที่ทันสมัยและมีมาตรการความปลอดภัยสูงสุด กล่าวคือ

    1. ระบบฐานข้อมูล (DBS) แบบ ระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (RDBMS) และการจัดเก็บข้อมูลและการออกแบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (NoSQL) ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล ทั้งแบบเข้ารหัสและไม่เข้ารหัสที่มีประสิทธิภาพสูงในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)

    2. ระบบบล็อกเชน (Blockchain) เพื่อความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความมันคงสำหรับการเก็บข้อมูลที่มีความสำคัญ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีนี้จะไม่สามารถลบ ดัดแปลง หรือแต่งเติมข้อมูลใด ๆ ได้

    3. ระบบสื่อสำหรับจัดเก็บข้อมูล (Media Storage) ใช้เก็บข้อมูลภาพ วีดีโอ และไฟล์เอกสารต่าง ๆ โดยมีการเข้ารหัสเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต

  1. หน่วยการทำงานของระบบ (Module)

    1. ระบบข้อมูลทรัพย์สิน (Asset Registry Module) จะถูกจัดเก็บไว้บนเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งสามารถเก็บรักษาและเพิ่มข้อมูลได้ แต่จะไม่สามารถลบหรือแก้ไขได้ ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าการเพิ่มหรือแก้ไขเป็นการกระทำอะไรบ้างและโดยผู้ใช้งานคนใด

    2. โมดูลความปลอดภัย (Security Module) ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บลงฐานข้อมูลจะถูกเข้ารหัส (Encryption) ก่อนจัดเก็บบนพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ผู้ดูแลระบบ (Admin) เท่านั้นที่สามารถจัดการกับกุญแจ (Key)  หรือรหัสผ่าน (Password) และไม่มีเทคโนโลยีใดสามารถเปิดหรือใช้ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสในรูปแบบดังกล่าวได้โดยปราศจาก กุญแจ (Key)  หรือรหัสผ่าน (Password)

    3. ระบบจัดการผู้ใช้งาน (IAM : Identity and Access Management) ข้อมูลของผู้ใช้งานทั้งหมดจะถูกจัดเก็บและเรียกใช้โดยระบบจัดการนี้ ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดหน้าที่ของผู้ใช้งานแต่ละคนได้ โดยแต่ละหน้าที่ยังสามารถกำหนดขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลได้

    4. ระบบแจ้งเตือน (Notification) ระบบจะแจ้งเตือนกำหนดงานสำคัญต่าง ๆ โดยเป็นการแจ้งเตือนผ่านทางอีเมล์ (Email)  เช่น การแจ้งเตือนวันยื่นเอกสาร หรือการแจ้งเตือนวันนัดหมายใด ๆ กับเจ้าหน้าที่รัฐ

    5. ระบบการตรวจสอบย้อนหลัง (Monitoring & Audit) สำหรับตรวจความถูกต้องของข้อมูลที่กรอกเข้าฐานข้อมูล โดยระบบนี้จะถูกใช้งานโดยผู้ดูแลระบบเท่านั้น

ระบบสำรองข้อมูล (Backup & Registry) ระบบจะทำการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ ตลอดช่วงเวลาการทำงานของระบบ ทั้งนี้หากตรวจพบว่ามีข้อมูลบางส่วนผิดพลาดหรือสูญหาย ผู้ดูแลระบบจะสามารถเรียกข้อมูลที่สำรองนี้กลับคืนมาได้

ข้อตกลงและเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้บริการ

ข้อกำหนดและเงื่อนไขในการใช้บริการที่ได้แสดงไว้ ณ ที่นี้ (ต่อไปนี้เรียกว่า “ข้อตกลงและเงื่อนไข”) ระบุข้อกำหนดระหว่าง บริษัท อเบอร์-เอดีเอ็ม จำกัด (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัทฯ”) และผู้ใช้บริการ (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ใช้บริการ”) เกี่ยวกับบริการหรือคุณลักษณะใด ๆ ของบริษัทฯ (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริการฯ”) ซึ่งบริษัทฯเป็นผู้ให้บริการ

    1. ผู้ใช้บริการทุกรายจะต้องใช้บริการฯ ตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไข ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถใช้หรือรับบริการฯ ได้ เว้นเสียแต่ว่า ผู้ใช้บริการได้ตกลงยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข การตกลงยอมรับดังกล่าวมีผลสมบูรณ์และไม่สามารถเพิกถอนได้ไม่ว่าในกรณีใด ๆ

    2. การที่ผู้ใช้บริการใช้หรือรับบริการฯ ให้ถือว่า ผู้ใช้บริการได้ตกลงยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข การตกลงยอมรับดังกล่าวมีผลสมบูรณ์และไม่สามารถเพิกถอนได้ไม่ว่าในกรณีใด ๆ

    3. หากมีข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับบริการฯ ผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติมนั้นด้วยเช่นเดียวกับข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้

    1. บริษัทฯ อาจแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไข หรือ ข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติม เมื่อบริษัทฯ เห็นว่ามีความจำเป็น โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าแก่ผู้ใช้บริการ การแก้ไขจะมีผลบังคับเมื่อมีการประกาศข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แก้ไข หรือ ข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติมที่แก้ไข ไว้ในสถานที่ที่เหมาะสมภายในเว็บไซต์ที่บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการ การที่ผู้ใช้บริการใช้บริการต่อไปถือว่าผู้ใช้บริการได้ให้การยอมรับที่มีผลสมบูรณ์และไม่สามารถเพิกถอนได้ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ต่อข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ได้แก้ไขแล้ว หรือ ข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ได้แก้ไขแล้ว ผู้ใช้บริการยอมรับว่าเป็นหน้าที่ของผู้ใช้บริการที่ควรตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นประจำระหว่างการให้บริการ เนื่องจากบริษัทฯ อาจไม่มีการแจ้งเตือนต่างหากเกี่ยวกับการแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าว

    1. เมื่อผู้ใช้บริการให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองแก่บริษัทฯ ผู้ใช้บริการจะต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริง ถูกต้องและครบถ้วนในขณะที่ใช้บริการฯ และปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันตลอดเวลา

    2. บัญชีแต่ละบัญชีในบริการฯ มีไว้เพื่อการใช้งานเฉพาะและเป็นของเจ้าของบัญชีเพียงคนเดียวเท่านั้น ผู้ใช้บริการไม่สามารถโอนหรือให้ยืมบัญชีของตนแก่บุคคลภายนอกใด ๆ และบุคคลภายนอกใด ๆ ไม่สามารถรับช่วงบัญชีจากท่านได้ไม่ว่าในกรณีใด ๆ

    1. บริษัทฯ ตกลงจะคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามนโยบายของบริษัทฯ ว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว

    2. บริษัทฯ ตกลงจะจัดให้มีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทางข้อมูลของบริษัทฯ เพื่อเก็บรักษาความปลอดภัยของข้อมูลใด ๆ ของผู้ใช้บริการทั้งหมด

    1. ถ้าการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ถูกกีดขวาง ถูกจำกัด หรือถูกแทรกแซง โดยมีสาเหตุมาจากเหตุการณ์ใดก็ตาม ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควรของบริษัทฯ และผู้ใช้บริการทั้งสองฝ่าย อันได้แก่ อัคคีภัย อุทกภัย โรคระบาด แผ่นดินไหว การระเบิด เหตุการณ์โดยธรรมชาติหรือศัตรูสาธารณะ การก่อจลาจล หรือการก่อความไม่สงบภายในเมือง การนัดหยุดงาน ข้อพิพาททางแรงงาน ศึกสงคราม การคุกคามหรือกิจกรรมโดยผู้ก่อการร้าย ปัญหาทางการเมือง กฎหมายปกครอง คำสั่ง หรือระเบียบปฏิบัติใดก็ตาม หรือคำตัดสินของศาลใดก็ตาม หรือขอบเขตอำนาจศาลใดก็ตาม เป็นต้น เว้นแต่จะมีการระบุไว้เป็นอื่นใดในสัญญาฉบับนี้ (“เหตุสุดวิสัย”) ฝ่ายที่ได้รับข้อจำกัดดังกล่าว จะไม่ถือเป็นการกระทำผิดสัญญาฉบับนี้ และการปฏิบัติตามสัญญา หรือภาระหน้าของคู่สัญญาฝ่ายดังกล่าว จะได้รับการยกเว้นเป็นช่วงระยะเวลาที่เทียบเท่ากันกับช่วงระยะเวลาที่เหตุสุดวิสัยได้กีดขวางการปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวไว้